BN TEA NATURE PLUS

BN Tea

BN Tea nature plus กับโรค NCDs

BN Tea nature plus กับข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่า 

BN Tea nature plus รวบรวมข้อมูลมา ตลอดช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมากลุ่มโรค NCDs เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทยโดยมีคนไทยป่วยด้วยโรค NCDs ถึง 14 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 300,000 คนต่อปี และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี ซึ่งส่วนใหญ่เสียชีวิตก่อนอายุ 60 ปี โรคNCDs คือ โรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งจะมีการดำเนินโรคอย่างช้าๆ ค่อยๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีอาการของโรคแล้วมักจะเกิดการเรื้อรังของโรคด้วย เช่น โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคมะเร็งต่างๆ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง โรคไตเรื้อรัง โรคอ้วนลงพุง โรคตับแข็ง โรคสมองเสื่อมเสริมด้วย BN Tea nature plus 

สาเหตุเกิดจาก พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ 

ในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด อาหารที่มีไขมันสูง อาหารปิ้งย่าง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย การนอนดึก การมีความเครียดสูง การรับประทานยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เป็นต้น แค่ปรับพฤติกรรมโรคเหล่านี้ก็ไม่เกิดแล้ว ต้องปรับพฤติกรรมอย่างไรล่ะ  ต้องไม่เครียด ออกกำลังกายเสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

ปัญจขันธ์ หรือ เจียวกู่หลาน (Miracle Grass)

BN Tea
        ชาวจีนเรียกเจียวกู่หลานว่า #ซียันเช่า ซึ่งมีความหมายว่า #สมุนไพรแห่งชีวิตอมตะ

สรรพคุณของเจี่ยวกู่หลาน 

เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอความแก่ ความจำฟื้นคืนปกติ อาการนอนไม่หลับและอาการปวดหลังปวดเอวดีขึ้น ใช้เป็นยารักษามะเร็ง ต้านทานการเจริญเติบโตหรือควบคุมของเชื้อมะเร็ง เช่นมะเร็งปอด มะเร็งในช่องท้อง มะเร็งลำไส้ มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม และอื่นๆ อีกรวมกว่า 20 ชนิด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ แต่ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำจะปรับความดันให้เป็นปกติ ช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ รักษาไข้หวัด แก้ร้อนในต่างๆ ช่วยแก้อาการไอ ไอเรื้อรัง ช่วยขับเสมหะ ใช้เป็นยารักษาหลอดลมอักเสบ ช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารมากยิ่งขึ้น ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยทำให้ตับแข็งแรง ใช้รักษาตับอักเสบชนิดไวรัสบีกรวยไตอักเสบ ใบนำมาทุบ ใช้เป็นยาพอกฝี(ชาวไทยใหญ่) ใช้เป็นยาขับพิษแก้อักเสบ ต้านการอักเสบ แก้ปวด ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอ ก ต้นใช้ตำพอกเป็นยาแก้กระดูกหัก แก้อาการเจ็บในกระดูก ปวดในข้อเท้า ข้อมือ หรือปวดตามกล้ามเนื้อ รวมไปถึงอาการฟกช้ำดำเขียวต่างๆ ส่วนสรรพคุณในตำรับยาจีน ระบุไว้ว่าสารสกัดจาก เจี่ยวกู่หลาน มีสรรพคุณช่วยส่งการสร้างเซลล์กระดูก เสริมสร้างการรวบตัวของโปรตีนและกรดในตับ ช่วยบำรุงสมอง มีผลต่อการรักษาโรคในช่องอก โรคโลหิตจาง โรคหลอดลมเรื้อรังและโรคหลอดเลือดแข็งตัว 

เจี่ยวกู่หลาน ยังมีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย

 เช่น ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดกรด รักษาลำใส้อักเสบ คางทูมความจำเสื่อม ปวดหัว ไมเกรน ผมหงอก ผมร่วง หอบหืด ฆ่าเชื้อราที่เท้า โรคเก๊าท์ ปวดหลัง ปวดเอว แก้หูอักเสบ แก้หูด ช่วยควบคุมน้ำหนักตัว ทำให้แผลหายเร็ว เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเซลล์ในร่างกาย ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ลดภูมิแพ้ สร้างสมดุลฮอร์โมนต่อมลูกหมากของสุภาพบุรุษ ลดอาการต่อมลูกหมากโต ขับท่อปัสสาวะ ขับน้ำในร่างกายของคนที่เป็นคนอ้วน ขับของเสียที่ไต ช่วยล้างท่อปัสสาวะ ทำให้ท่อปัสสาวะโล่งและมีแรงดัน ช่วยขับลมต่างๆ (เช่น ลมที่ไม่ปกติในกระเพาะอาหารและลำไส้ ลมแน่นหน้าอก กรดไหลย้อน ลมในข้อกระดูก แขน ขา หัวใหล ขับไขมัน ขับถ่ายสะดวก รวมไว้ใน BN Tea nature plus

Artichoke (อาร์ติโชค)

BN Tea

อาร์ติโชค 

ป้องกันตับแข็ง ลดไขมัน คอเลสเตอรอล อาร์ติโชค (Artichoke) พืชประโยชน์มหาศาล ที่คนไทยหลายคนอาจไม่เคยได้ยิน และไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก อาร์ติโชค เป็นพืชที่ถูกค้นพบตั้งแต่สมัยโบราณ สามารถนำไปทำเป็นอาหาร และยารักษาโรค ของชาว อียิปต์ กรีก และโรมัน 

ประโยชน์ของ อาร์ติโชค 

บำรุงตับ ช่วยกระต้นการทำงานของตับ เพื่อช่วยระบบการย่อยอาหาร กระตุ้นการสร้างน้ำดีของตับ เพื่อลดกรดในลำไส้ และช่วยย่อยไขมัน ลดไขมัน และลดคอเลสเตอรอล ในเลือด ช่วยให้ระบบการทำงาน ของหัวใจ และหลอดเลือดดีขึ้น ป้องกันความเสี่ยงของไขมันอุตตันเส้นเลือด ป้องกันตับอักเสบ ตับแข็ง ดีซ่าน ถุงน้ำดีอักเสบ ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรียว และลดแก๊สในกระเพาะอาหาร ลดโอกาสในการเป็นโรคโลหิตจาง เบาหวาน และเกาต์ 

กลูตาเมต ซีสเทอีน ไกลซีน (Glutathione)

BN Tea

#กลูต้าไธโอน

           นอกจากขาวใสแล้ว  ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ตับขับสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย #กลูตาเมต #ซีสเทอีน #ไกลซีน กลูต้าไธโอน เป็นไตรเพปไทด์ที่โมเลกุลประกอบด้วย #กลูตาเมต #ซีสเทอีน และ #ไกลซีนโดยกลูต้าไธโอนชนิด reduced (GSH) มีบทบาทสำคัญ ในปฎิกิริยาชีวเคมีและกลไกการป้องกันในระดับเซลล์ กลูต้าไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระภายในเซลล์ เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดความสมดุลโดยเฉพาะเมื่อร่างกายต้องรับสารอนุมูลอิสระเข้าไป สารต้านอนุมูลอิสระก็จะช่วยปรับให้สภาพร่างกาย เกิดความสมดุลปกติแล้วเราได้รับกลูต้าไธโอนจากทั้งการสังเคราะห์เองภายในร่างกายและได้รับจากการบริโภคอาหาร แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นหรืออยู่ในภาวะร่างกายเจ็บป่วย ระดับของ GSH จะลดลง จึงอาจจำเป็นต้องได้รับเพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริม   และควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ 

ประโยชน์ของกลูต้าไธโอน 

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย เช่น สารเคมี หรือยา มีส่วนช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับภาวะเสื่อมของสมอง เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย รวมทั้งเซลล์มะเร็งยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) สำหรับการสังเคราะห์เม็ดสี เมลานิน (Melanin) และกระตุ้นให้สร้าง ฟีโอเมลานิน (Pheomelanin) ที่เป็นเซลล์เม็ดสีอ่อนมากกว่า ยูเมลานิน (Eumelanin) ที่เป็นเซลล์เม็ดสีเข้ม ซึ่งอาจทำให้สีผิวแลดูจางลง รวมไว้ใน BN Tea nature plus แล้ว

มะขามป้อมอินเดีย (Indian Gooseberry)

BN Tea

#มะขามป้อมอินเดีย 

ผลไม้พื้นบ้านที่มากด้วยสรรพคุณ นิยมนำมารับประทานเพื่อให้สดชื่น ชุ่มคอ แก้กระหาย มะขามป้อมอินเดีย

ประโยชน์ของมะข้ามป้อมอินเดีย

#วิตามินซีในมะขามป้อมสามารถดูดซึมได้เร็วกว่าวิตามินซีชนิดเม็ดเป็นอย่างมากใช้บำรุงผิวหน้าให้ขาวสดใส รักษาฝ้า ด้วยการนำมะขามป้อมมาฝนกับฝาละมีแล้วนำน้ำที่ได้มาทาบริเวณรอยฝ้าช่วยบำรุงสุขภาพผิวพรรณ ชะลอการเกิดริ้วรอยช่วยบำรุงและรักษาเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรง ผมนุ่มลื่น #ป้องกันผมหงอก ด้วยการทอดมะขามป้อมกับน้ำมันมะพร้าว แล้วเอาน้ำมันมาหมักผมช่วยบำรุงและ #รักษาสายตาช่วยในการบำรุง #ประสาทและสมองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้าง #ภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเป็นผลไม้ที่ช่วงบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยช่วยบำรุงอวัยวะแทบจะทุกส่วนของร่างกายช่วยบำรุง #โลหิตได้เป็นอย่างดีมะขามป้อมมีเป็น #ยาแก้หวัด แก้ไอ และละลายเสมหะได้อีกด้วย โดยใช้ผลสดประมาณ 30 ผล นำมาคั้นเอาน้ำหรือนำมาต้มทั้งผลแล้วดื่มแทนน้ำทั้งนี้ควรเลือกมะขามป้อมที่แก่จัด ผิวออกเหลืองจะได้ผลดีที่สุดในการรักษาอาการไอและหวัด#มะขามป้อมมีฤทธิ์ในการต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งมะขามป้อมเป็นตัวช่วยในการ #ลดคอเลสเตอรอล #ลดน้ำตาล #ลดไขมันในเลือดได้ด้วยช่วยรักษาและป้องกันการเกิด #โรคเลือดออกตามไรฟันใช้แก้อาการปวดฟันได้ ด้วยการใช้ปมกิ่งก้านต้มกับน้ำแล้วนำมาอมบ้วนปากบ่อย ๆรสเปรี้ยวของมะขามป้อมช่วยในการละลายเสมหะและบำรุงเสียงได้เป็นอย่างดีรากแห้งมะขามป้อม นำมาต้มดื่มแก้อาการท้องเสีย ร้อนใน #ความดันโลหิตช่วยในการป้องกันการเกิด #โรคเบาหวานช่วยลดอาการแทรกซ้อนทางตาจากโรคเบาหวานได้อีกด้วยมะขามป้อมเป็นส่วนประกอบใช้สำหรับการรักษาและป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัณโรค รักษาภาวะของโรคเอดส์มะขามป้อมแห้งช่วยรักษาโรคบิด ใช้ล้างตา รักษาตาแดง ตาอักเสบได้มะขามป้อมแห้ง เมื่อนำมาผสมน้ำสนิมเหล็กจะช่วยแก้โรคดีซ่านได้มะขามป้อมช่วยป้องกันและรักษา #โรคความดันโลหิตสูงช่วยรักษา #โรคคอตีบช่วยบำรุง #ปอด #หลอดลม #หัวใจ และกระเพาะเมล็ดมะขามป้อมเมื่อนำมาตำเป็นผงชงกับน้ำร้อนดื่ม ช่วยรักษาโรคหอบ หืด หลอดลมอักเสบ อาการคลื่นไส้อาเจียนได้ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารช่วยป้องกันและรักษาอาการท้องผูกช่วย #ยับยั้งความเป็นพิษของตับและไตได้ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ยาระบาย และยาถ่ายพยาธิยางจากผลใช้หยอดตาแก้ตาอักเสบ กินเพื่อช่วยในการย่อยอาหารและขับปัสสาวะเปลือกมะขามป้อมสามารถนำมาต้มดื่มแก้โรคบิดช่วยในการปรับประจำเดือนให้มาเป็นปกติช่วยรักษาอาการไข้ทับระดูได้ช่วยรักษาโรคน้ำกัดเท้า ด้วยการใช้เปลือกต้นมะขามป้อมมาตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำแล้วชะโลมให้ทั่วช่วยต่อต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราได้รากสดมะขามป้อมช่วยในการแก้พิษจากการถูกตะขาบกัดเปลือกของลำต้นมะขามป้อมใช้รักษาบาดแผล แก้ฟกช้ำได้ ด้วยการนำเปลือกแห้งมาบดเป็นผงแล้วนำมาโรยบริเวณบาดแผลต้นและเปลือกของมะขามป้อมใช้เป็นยาฝาดสมานเมล็ดของมะขามป้อม เมื่อนำมาเผาไฟจนเป็นเถ้าแล้วนำมาผสมกับน้ำพืช นำมาทาแก้ตุ่มคันได้มะขามป้อมมีฤทธิ์ช่วยป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจตายบางส่วน และช่วยลดไขมันในเลือด ต้านมะเร็งและไวรัสลำต้นมะขามป้อมนั้นเป็นไม้เนื้อแข็ง ทนทาน จึงเหมาะแก่การใช้ทำเครื่องประดับ เสาเข็ม หรือนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงใบแห้ง นำมาย้อมเส้นใย ไหม ขนสัตว์ จะให้สีน้ำตาลเหลืองดอก ใช้เข้าเครื่องยา มีกลิ่นหอม ใช้เป็นยาเย็นและยาระบายนำมาใช้ทำเป็นยาสระผม ช่วยให้ผมดกดำและป้องกันผมหงอกก่อนวัยอีกด้วยมะขามป้อมเป็ลผลไม้ที่นำมาแปรรูปได้หลากหลายมาก เช่น อาหารเสริม เครื่องสำอาง ยาแก้ไอ ยาสระผม น้ำมะขามป้อม มะขามป้อมแช่อิ่ม

 

ดอกคำฝอย (Safflower)

BN Tea

ดอกคำฝอย #สมุนไพรอันดับที่5 ของชา BN Tea ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ หลอดเลือดมีทั่วร่างกายดูแลยังไงดี..  #ดอกคำฝอย สรรพคุณดียังไง #สรรพคุณของดอกคำฝอย เป็นสมุนไพรโบราณที่ใช้บำรุงร่างกายกันมาเนิ่นนาน โดยเราได้แยก สรรพคุณของดอกคำฝอยออกเป็นข้อ ๆ ดังนี้ บำรุงหัวใจ การศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า ดอกคำฝอยมีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดฟลาโวนอยด์ และอัลคาลอยด์ รวมทั้งสารสีในกลุ่ม Quinochalcone ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องปกหัวใจและหลอดเลือดในกลุ่มสัตว์ทดลอง  เช่นเดียวกับชาวจีนที่ศึกษาพบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาว่า ดอกคำฝอยมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ เพราะทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจมากขึ้น ต้านการขาดเลือดของหัวใจ รวมทั้งป้องกันสภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบแคบลง บำรุงโลหิต แก้ปวดประจำเดือน ดอกคำฝอยเป็นยาบำรุงเลือดของผู้หญิงที่ดีมาก เพราะมีฤทธิ์อุ่น จึงมีตำรับยาสมุนไพรที่ใช้ดอกหรือกลีบจากผลดอกคำฝอยมาบำรุงโลหิต ขับเลือด ขับระดูคั่งค้างให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ลดอาการปวดประจำเดือน-ปวดท้องน้อยได้ดี โดยนำดอกคำฝอยแก่มาชงเป็นชาไว้ดื่มในช่วงประจำเดือนมา หรือจะดื่มเพื่อช่วยขับน้ำคาวปลาหลังคลอด และทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นก็ยังได้ ลดไขมันในเลือด จากการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองพบว่า สารสกัดจากดอกคำฝอยมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ โดยใช้ดอกคำฝอยแห้ง 2 หยิบมือ (2.5 กรัม) ชงกับน้ำร้อนครึ่งแก้ว ดื่มเป็นชาดอกคำฝอยดอกคำฝอย ขับเสมหะ เมล็ดดอกคำฝอยมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ เนื่องจากมีสารต้านอาการอักเสบและมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อบางตัวได้ แก้อาการปวด ขัด ตามข้อต่าง ๆ เราสามารถนำน้ำมันสกัดจากเมล็ดดอกคำฝอยมาทาแก้อาการปวดบวม แก้ขัดตามข้อต่าง ๆ ได้ เพราะน้ำมันสกัดจากเมล็ดดอกคำฝอยมีฤทธิ์ลดอาการอักเสบและลดอาการบวมนั่นเองค่ะรักษาแผลฟกช้ำ ดอกคำฝอยแช่เหล้า หรือนำดอกคำฝอยมาตำแล้วพอกบริเวณแผลฟกช้ำ เป็นสูตรบรรเทาอาการฟกช้ำ ดำ เขียวของคนโบราณด้วยนะคะ รักษาโรคผิวหนังหรือจะนำดอกคำฝอยมาต้มน้ำอาบแก้อาการคันตามผิวหนัง แก้อาการโรคหัด แก้อาการแสบร้อนตามผิวหนัง และช่วยบำรุงน้ำเหลืองให้ปกติก็ได้เช่นกันรักษาหวัดชาดอกคำฝอยนำมาชงดื่มร้อน ๆ ช่วยแก้หวัด น้ำมูกไหล ได้เป็นอย่างดี แถมดอกคำฝอยยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ อีกด้วยนะลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงและระงับประสาท  ช่วยผ่อนคลายสมอง เพื่อให้หลับสบายยับยั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย รักษาอาการไข้หลังคลอดของคุณแม่ #BN TEA NATURE PLUS  #ชาขับสารพิษในตับไตและหลอดเลือด

 

ขมิ้นชัน (Curcumin)

BN Tea
 #ขมิ้นชัน #ลดการอักเสบ #ซ่อมผนังหลอดเลือด #ป้องกันStoke #สรรพคุณของขมิ้น ขมิ้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการชะลอวัยและชะลอการเกิดริ้วรอย #ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ช่วยเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันให้ผิวหนังมีสุขภาพดีแข็งแรง ขมิ้นชันอาจมีบทบาทช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก ขมิ้นสามารถช่วย #ลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ #ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการของ #โรคเบาหวาน #มีส่วนช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดอาการของโรคเกาต์ ช่วยขับน้ำนมของมารดาหลังคลอดบุตร ช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจที่มีอาการผิดปกติ ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคความจำเสื่อม อาจมีส่วนช่วยในการรักษาโรครูมาตอยด์ (ยังไม่ได้รับการยืนยัน) #ช่วยลดการอักเสบ ช่วยรักษาอาการแพ้และไข้หวัด ช่วยบรรเทาอาการไอ #ช่วยรักษาอาการภูมิแพ้ หายใจไม่สะดวกให้มีอาการดีขึ้น ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด #ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยธาลัสซีเมียฮีโมโกบิลอี ช่วยรักษาแผลที่ปาก ช่วยบำรุงปอดให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง น้ำมันหอมระเหยในขมิ้นมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ช่วยรักษาอาการท้องเสีย อุจจาระร่วง โดยนำผงขมิ้นชันผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอนแล้วนำมารับประทานครั้งละ 3 เม็ด 3 เวลา ช่วยแก้อาการจุดเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยรักษาโรคลำไส้อักเสบ ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ ช่วยรักษาอาการลำไส้ใหญ่บวม #ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ช่วยในการขับลม ช่วยบรรเทาอาการนิ่วในถุงน้ำดี มีฤทธิ์ในการช่วย #ขับน้ำดี ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และทำความสะอาดลำไส้ #ช่วยบำรุงตับ #ป้องกันตับอักเสบ #ตับอ่อนอักเสบ และป้องกันตับจากการถูกทำลายของยาพาราเซตามอล ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ ช่วยบำรุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง ช่วยแก้อาการตกเลือด ด้วยการนำขมิ้นสดมาตำให้ละเอียด แล้วคั้นเอาน้ำมาผสมกับน้ำปูนใสแล้วรับประทาน ช่วยแก้อาการตกขาว #ช่วยรักษาอาการปวด หรืออักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบ ช่วยแก้อาการน้ำเหลืองเสีย ช่วยแก้ผื่นคันตามร่างกาย ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคัน ช่วยรักษากลาก เกลื้อน ด้วยการใช้ผงขมิ้นผสมกับน้ำ นำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ช่วยรักษาโรคผิวหนังพุพอง ตุ่มหนองให้หายเร็วยิ่งขึ้น ช่วยรักษาแผลจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ ด้วยการนำขมิ้นมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วตำจนละเอียด คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณดังกล่าว ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร มีฤทธิ์ในการต่อต้านและฆ่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง และต่อต้านยีสต์ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ช่วยต่อต้านปรสิตหรือเชื้ออะมีบาที่เป็นต้นเหตุของโรคบิดได้ ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เช่น แบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องเสีย แบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง เป็นต้น มีฤทธิ์ในการต่อต้านการกลายพันธุ์ #ต้านสารก่อมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการเสื่อมของร่างกาย และ #โรคเบาหวาน ช่วยสมานแผลตามร่างกายให้หายเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการนำผงขมิ้นมาผสมกับน้ำแล้วทาลงบนบาดแผล และยังช่วยให้บาดแผลไม่ให้ติดเชื้อของกระต่ายและหนูขาวได้ และสามารถเร่งให้แผลที่ติดเชื้อหายได้ ขมิ้นยังมีสรรพคุณช่วยในการป้องกันการงอกของขนอีกด้วย โดยผู้หญิงชาวอินเดียมักนำขมิ้นมาทาผิวเพื่อป้องกันไม่ให้ขนงอก ขมิ้นชันขัดผิว ใช้ทำทรีตเมนต์พอกผิวขัดผิวด้วยขมิ้น ช่วยให้ผิวพรรณนุ่มนวล ขาวผ่องใส เต่งตึง ด้วยการนำขมิ้นสดมาล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปปั่นรวมกับดินสอพอง 2-3 เม็ด แล้วผสมกับมะนาว 1 ลูก ปั่นจนเข้ากัน นำมาพอกหน้าหรือผิวทิ้ไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ขมิ้นเป็นส่วนประกอบของทรีตเม้นต์รักษาสิวเสี้ยน สิวผด สิวอุดตัน ขมิ้นเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งในเครื่องสำอางบำรุงผิวต่าง ๆ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย อ่านจบแล้ว.. ต้องมีติดบ้านกันเลยทีเดียว #BN TEA NATURE PLUS #ชาขับสารพิษตกค้างในตับไตและหลอดเลือด

หญ้าหวาน (Stevia)

BN Tea
#หญ้าหวาน สมุนไพรรสหวานเจี๊ยบ เปี่ยมด้วยคุณค่า หญ้าหวาน พืชสมุนไพรรสชาติหวาน สรรพคุณ หญ้าหวาน และประโยชน์หญ้าหวาน มีมากมายจนคุณต้องประหลาดใจเลยเชียวล่ะ หญ้าหวาน ภาษาอังกฤษคือ Stevia มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana Bertoni มีสารที่เรียกว่า สารสตีวิโอไซด์ ซึ่งให้ความหวานมากกว่าน้ำตาล 200-300 เท่า มีความทนทานต่อกรดและความร้อน และไม่ถูกย่อยสลายด้วยสารจุลินทรีย์ เมื่อใช้หญ้าหวานกับอาหารหรือเครื่องดืม จึงไม่ทำให้เกิดการเน่าเสีย และไม่กลายเป็นสีน้ำตาลเมื่อผ่านความร้อนสูงอีกด้วย #สรรพคุณ หญ้าหวาน กับประโยชน์ทางยา หญ้าหวานถึงแม้จะเป็นสมุนไพร ที่ไม่ได้ให้พลังงานกับร่างกายเหมือนพืชสมุนไพรชนิดอื่น ๆ แต่หญ้าหวานก็มีสรรพคุณทางยาที่สำคัญหลายประการ โดยเฉพาะช่วย #ลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วย #บำรุงตับอ่อน #ลดไขมันในเส้นเลือดและ #ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ #ความดันโลหิตสูงและ #โรคอ้วนได้ แถมยังช่วย #สมานแผลทั้งภายนอกและภายใน ทำให้แผลหายไวขึ้นได้ รวมทั้งทำให้ #เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้นใครที่รู้สึกไม่ค่อยมีแรงละก็ลองดื่มเครื่องดื่มที่ผสมหญ้าหวานก็จะช่วยให้มีกำลังวังชาเพิ่มขึ้นด้วยล่ะ และด้วยความที่หญ้าหวานเป็นพืชที่ไม่มีพลังงานนี่ล่ะ จึงมีการนำไปใช้ในการลดความอ้วนกันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะใช้ผสมดื่ม หรือไปผลิตเป็นอาหารเสริมเห็นสรรพคุณแล้ว  ชอบมากเลย สำหรับคนที่ขาดหวานไม่ได้แต่ต้องการคุมน้ำหนัก  ยิ่งถูกใจเลยใช่ไม๊คะ.. #BN TEA NATURE PLUS #ชาขับสารพิษตกค้างในตับไตและหลอดเลือด

 

ถั่งเช่า (Cordyceps)

BN Tea

#ถั่งเช่า สมุนไพรชนิดนี้เกิดมาจากสปอร์เห็ดราที่ไปเจริญเติบโตบนตัวอ่อนหนอนผีเสื้อ (Cordyceps Sinensis)ซึ่งจำศีลอยู่ใต้ดินในฤดูหนาว แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนจึงทำให้สปอร์เห็ดเติบโตขึ้นโดยดูดสารอาหารจากตัวอ่อนหนอนและงอกขึ้นบริเวณส่วนหัวของตัวหนอน จึงพบว่าถั่งเช่าจะประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนที่เป็นตัวอ่อนของผีเสื้อและอีกส่วนเป็นสปอร์เห็ด #สรรพคุณของถั่งเช่า# เห็ดถั่งเช่ามีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง #เพิ่มภูมิต้านทานโรค ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย #ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ชราและความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยในด้านอารมณ์ ช่วยระงับประสาท ทำให้จิตใจสงบ ลดอาการหงุดหงิดง่าย #ช่วยเพิ่มความจำ ป้องกันโรคความจำเสื่อม ช่วยลดการตายของเซลล์ในสมอง ตังถั่งเช่ามีสรรพคุณช่วย #บำรุงหลอดเลือด #ช่วยบำรุงปอด ช่วยบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก ช่วยในเรื่องระบบทางเดินหายใจ แก้อาการไอเรื้อรัง #รักษาถุงลมโป่งพอง ช่วยบำบัดโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ช่วยบรรเทาและรักษาอาการของโรคหอบหืด ช่วยแก้วัณโรค ถุงลมโป่งพองหรืออาการผิดปกติในระบบปอดและหัวใจ ช่วยละลายเสมหะ หยุดอาการเลือดออกทางเสมหะ เชื่อว่ามันช่วยรักษามะเร็ง ช่วยต่อ #ต้านเซลล์มะเร็งและลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ ช่วย #ลดความดันโลหิต อาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ช่วย #ลดระดับน้ำตาลในเลือด 15.ช่วยให้ร่างกายของผู้ป่วยเบาหวานไวต่ออินซูลินมากขึ้น ช่วยจัดการน้ำตาลในร่างกายได้ดีขึ้น ช่วย #ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ช่วยต่อ #ต้านไม่ให้เกิดไขมันแข็งตัวจากการถูกออกซิไดซ์โดยอนุมูลอิสระ #ป้องกันไขมันเลว (LDL) ไม่ให้เกาะในหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดให้คล่องตัว ช่วย #ขยายหลอดเลือด และเพิ่มปริมาณของเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงปอดและหัวใจ #เพิ่มระดับออกซิเจนและช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต บรรเทาอาการขาดออกซิเจน ช่วยบำรุงและ #เพิ่มประสิทธิภาพของตับและไตให้ดีขึ้น จากงานวิจัยพบว่าถั่งเช่าช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังมีอาการดีขึ้นมากถึง 51% หลังจากรักษาด้วยถั่งเช่าเพียง 1 เดือน ช่วยรักษาคนไข้ที่ธาตุหยางพร่องในไต (หรืออาการปวดหลัง กลัวหนาว หัวเข่าเย็น หรือปัสสาวะบ่อย) มีฤทธิ์ในการช่วยยับยั้งพิษจากแบคทีเรีย รวมไปถึงแบคทีเรียวัณโรคด้วย ถั่งเช่ามีสรรพคุณ #ช่วยลดการอักเสบ ช่วยห้ามเลือด สำหรับนักกีฬาสมุนไพรชนิดนี้จะช่วยเพิ่มสมรรถนะของนักวิ่งให้ดียิ่งขึ้น ประโยชน์ถั่งเช่าสำหรับสตรี ใช้เป็นยาบำรุงช่วยทำให้มีบุตรง่ายขึ้น ช่วยปรับประจำเดือน ทำให้เลือดลมเดินดีขึ้น ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ มีฤทธิ์บำรุงกำลังทางเพศ ช่วยให้อสุจิแข็งแรง เนื่องจากการกินถั่งเช่าจะส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้น ซึ่งจากงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าการกินถั่งเช่าวันละ 1 กรัม เป็นเวลา 46 วันจะช่วยให้สมรรถภาพทางเพศเพิ่มมากขึ้นถึง 64% เลยทีเดียว (แต่ยังไม่มีงานวิจัยรับรองมากนัก นอกจากงานวิจัยที่ได้ทดลองในหมูป่าที่พบว่ามันมีสรรถภาพทางเพศที่ดีขึ้น) สรรพคุณล้ำค่ามากๆคะ  ฟื้นฟูระบบภายในของร่างกาย  ป้องกันโรคNCDs สาเหตุอันดับ 1 ของการเสียชีวิต #BN TEA NATURE PLUS #ชาขับสารพิษตกค้างในตับไตและหลอดเลือด

แหล่งอ้างอิง : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เก๋ากี้ โกจิเบอร์รี (Goji Berry)

BN Tea

#เก๋ากี้_โกจิเบอร์รี่ ถึงจะเม็ดจะเล็กแต่สรรพคุณไม่เล็กนะคะ #คุณค่าทางอาหารของโกจิเบอร์รี่ โกจิเบอร์รี่แห้ง 100 กรัม ให้พลังงาน 83 แคลอรี โดยที่ขึ้นกับ ความสด ชนิด และวิธีการที่ใช้ มีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้ โปรตีน 11 กรัม คาร์โบไฮเดรต 21 กรัม ไขมัน 1 กรัม น้ำตาล 13 กรัม ใยอาหาร 8 กรัม วิตามิน A 9,000 IU วิตามิน C 19.2 มิลลิกรัม แคลเซียม 100 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 9 มิลลิกรัม โซเดียม 24 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 840 มิลลิกรัม ซิงค์ 2.7 มิลลิกรัม คอปเปอร์ 2 มิลลิกรัม และยังมีสารสําคัญ จําพวกซีแซนทีน (zeaxanthin) และลูทีน (lutein) สูงมากกว่าผักและผลไม้ทั่วไป 

#สรรพคุณของโกจิเบอร์รี่

#ช่วยรักษาโรคเบาหวาน จากงานวิจัยในปี 2015 พบว่า โกจิเบอร์รี่ช่วยเพิ่มการตอบสนองของกลูโคสและมีผลต่อการลดน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล HDL โดยศึกษาจากการวิจัยในสัตว์ทดลอง #ช่วยต้านมะเร็งและป้องกันการเกิดมะเร็ง มีการศึกษาเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคมะเร็งพบว่า ผู้ป่วยมีการตอบสนองต่อการรักษาดีขึ้น เมื่อเสริมอาหารที่มีส่วนผสมของโกจิเบอร์รี่ เนื่องจากพืชชนิดนี้มีไฟซาลินที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็ง และยังมีโพลีแซคคาไรด์ที่ทำให้เซลล์มะเร็งถูกกำจัดออกไป #ช่วยลดน้ำหนัก โกจิเบอร์รี่มีแคลอรี่ต่ำ มีไฟเบอร์สูงถึง 20 % และมีน้ำตาลน้อย จึงเหมาะสำหรับการนำมารับประทานเป็นอาหารลดน้ำหนัก เพราะจะช่วยให้อิ่มนาน ไม่หิวบ่อยอย่างที่เคย #ช่วยเพิ่มคุณภาพของการมองเห็น โกจิเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินเอและสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ได้แก่ ซีแซนทิน และ ลูทีน ซึ่งเป็นชนิดที่พบที่จุดรับภาพของจอตา ซึ่งร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างสองสารนี้เองได้ จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร จึงช่วยลดการเสื่อมสภาพดวงตาและปกป้องดวงตาจากรังสียูวี #เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย จากงานวิจัยพบว่าการรับประทานโกจิเบอร์รี่ สามารถเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ซึ่งจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และทำให้อสุจิแข็งแรงขึ้น #ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้า จากการทดลองในหนูทดลอง พบว่าโกจิเบอร์รี่ ช่วยลดอาการวิตกกังวล และอาการเครียดที่เป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้าได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยให้ผู้ทดลองดื่มน้ำจากพืชชนิดนี้ต่อเนื่อง 14 วัน ผลที่ได้คือผู้ทดลองรู้สึกสบายใจขึ้น และมีสมาธิในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น #ต้านอาการอักเสบ โกจิเบอร์รี่มีวิตามินซี วิตามิน A และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดต่างๆ เช่นอาการปวดข้อ หรืออาการปวดตามกระดูก นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกายให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย #ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว วิตามินซีและเบต้าแคโรทีนในโกจิเบอร์รี่ จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากแดดและมลภาวะให้กลับมากระจ่างใส จากการทดลองในหนูทดลองพบว่า การดื่มน้ำโกจิเบอร์รี่เข้มข้น 5% ก็เพียงพอต่อการป้องกันรังสี UV แล้ว เม็ดเล็กแต่สรรพคุณไม่เล็กอย่างที่คิดนะคะ

#BN TEA NATURE PLUS

#ชาขับสารพิษตกค้างในตับไตและหลอดเลือด

คาโมมายล์ (Chamomile)

BN Tea

ส่วนผสมอีกอย่างใน #BN Tea Nature Plus #คาโมมายด์ ผู้สูงวัยหลายท่านคงเข้าใจปัญหานี้ดี  อยากนอน  ง่วง  อ่อนเพลีย แต่นอนไม่หลับ #ขอนำบทสรุปมาขึ้นก่อนเพื่อให้ทุกคนไม่พลาดในสารสำคัญนี้คะ การนอนหลับไม่สนิทไม่มีคุณภาพจะส่งผลให้รู้สึกเพลีย ไม่สดชื่นแจ่มใส อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดง่าย รู้สึกง่วงนอนในช่วงบ่าย ๆ ของวัน หากก่อให้เกิดภาวะอดนอนสะสมเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนอาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่จะตามมาได้ การนอนหลับที่มีคุณภาพจะขึ้นกับจำนวนชั่วโมงและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้านอน ช่วงเวลาหลับสนิทเป็นช่วงที่สมองและร่างกายทำงานสัมพันธ์อย่างเป็นระบบเพื่อการฟื้นฟูร่างกายและคงสุขภาพที่ดี แพทย์ทางตะวันออกได้มีการนำสมุนไพรมาใช้เพื่อการผ่อนคลายและนอนหลับมาเป็นเวลานาน พบว่าคาโมมายล์มีประวัติการใช้มาตั้งแต่สมัยยุคกรีกโรมันโบราณ สารอะพิจีนีนในคาโมมายล์มีฤทธิ์ช่วยให้รู้สึกสงบ คลายความกังวล และช่วยให้หลับสนิท การนอนหลับให้สนิทเป็นการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตจากภายใน จะช่วยให้ตื่นขึ้นมาด้วยจิตใจเบิกบานแจ่มใส และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

 

#คาโมมายล์กับการนอนหลับ

 

ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ชมรมโภชนวิทยามหิดล

 

      ในภาวะสังคมเมืองปัจจุบันที่เป็นสังคมแห่งการแข่งขัน เร่งรีบ คนส่วนใหญ่มักทุ่มเทเวลาในแต่ละวันไปกับกิจกรรมต่าง ๆ อาจลืมให้ความสำคัญกับการพักผ่อนนอนหลับ เช่น ในวัยเรียนก็ทุ่มเทกับการเรียน อ่านหนังสือ และมักมีกิจกรรมที่ต้องทำมากมายตั้งแต่เช้าตรู่จนค่ำ ไม่ต่างกับในวัยทำงานซึ่งต้องทำงานแข่งกับเวลาภายใต้ภาวะการแข่งขันและกดดันสูงจนอาจจำเป็นต้องทำงานจนดึกดื่น ทำให้อาจเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว จนในบางครั้งบางทีเกิดความกังวลใจจนทำให้นอนหลับไม่สนิท มีอาการตื่นกลางดึก ส่งผลให้เมื่อเวลาตื่นนอนในตอนเช้าอาจรู้สึกเพลีย ไม่สดชื่นแจ่มใส อารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดง่าย รู้สึกง่วงนอนในช่วงบ่าย ๆ ของวัน หากเราละเลยการพักผ่อนเกิดภาวะอดนอนสะสมเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่จะตามมาได้ เช่น มีภูมิคุ้มกันลดต่ำลงทำให้ไม่สบายง่าย เกิดภาวะอ้วนและเบาหวาน และยังมีความเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง ประสิทธิภาพของสมองในการเรียนรู้ การจดจำลดต่ำลง รวมไปถึงมีสภาวะทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล เป็นต้น (Philips 2006)

 

#วงจรของการนอนหลับ

 

ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดหรือกลไกอะไรที่ทำให้มนุษย์เราต้องใช้เวลาไปกับการนอนถึงหนึ่งในสามของช่วงชีวิต (Morris, Aeschbach, and Scheer 2012) ค่าเฉลี่ยในวัยผู้ใหญ่จะมีระยะเวลาการนอนหลับประมาณ 8 ชั่วโมง 15 นาทีต่อคืน (Wehr 1999) จากตัวเลขนี้คงทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการนอนหลับพักผ่อนได้เป็นอย่างดี การนอนหลับที่มีคุณภาพไม่ได้ขึ้นกับปริมาณหรือจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ขึ้นกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้านอนอีกด้วย พบว่าในเวลากลางคืนคนเราจะหลับได้ดีเมื่อเข้านอนในระหว่างช่วงเวลา 22 นาฬิกา ถึง 2 นาฬิกา เนื่องจากระบบนาฬิกาของร่างกาย (Biological clock) จะสั่งให้สมองเริ่มหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) ในช่วงเวลาประมาณ 21-22 นาฬิกา (Arendt and Skene 2005; Dijk et al. 1999) ไปจนสูงที่สุดที่เวลา 2 นาฬิกา (Smolensky and Lamberg 2000) โดยฮอร์โมนเมลาโทนินจะเกี่ยวข้องกับวงจรการนอนหลับที่เรียกว่า Circadian rhythm ที่เกิดขึ้นเป็นวงจรประมาณรอบละ 24 ชั่วโมง เปรียบเสมือนนาฬิกาชีวิตของร่างกายมนุษย์ และเป็นกลไกที่บอกว่าเราควรหลับหรือควรตื่นเมื่อไร นอกจากนี้ยังพบอีกว่าเมลาโทนินจะมีผลช่วยเพิ่มระยะเวลาในการนอนหลับ ทำให้หลับสนิทขึ้น (Morris, Aeschbach, and Scheer 2012)

 

ในขณะที่นอนหลับ แม้ว่าร่างกายจะลดการเคลื่อนไหว ลดการเผาผลาญพลังงาน แต่ระบบควบคุมของอวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญ เช่น #ระบบฮอร์โมน การทำงานของ #ระบบประสาทส่วนกลางจะทำงานเพิ่มขึ้น (Morris, Aeschbach, and Scheer 2012) วงจรการนอนหลับเกิดขึ้นจาก 2 กลไกหลักที่ทำงานร่วมกันคือ

 

          1. Circadian rhythm เปรียบเสมือนนาฬิกาชีวิตของร่างกายมนุษย์ ระบบนี้จะอยู่ภายใต้การควบคุมของสมองส่วนไฮโปทาลามัสที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งมีปัจจัยภายนอก เช่น แสงสว่างและความมืดจะเป็นตัวกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงการทำงานของนาฬิกาของร่างกาย (Swick 2012) สังเกตได้จากเวลาที่เดินทางข้ามประเทศที่มีความแตกต่างของเวลาอาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจมีอาการนอนไม่หลับเกิดขึ้น

 

          2. Homeostasis คือระบบภาวะสมดุลของร่างกาย เช่น ความดันโลหิต อุณหภูมิของร่างกาย โดยระบบนี้จะทำให้เกิดอาการง่วงนอน และจำนวนชั่วโมงที่เรานอนหลับในแต่ละคืนจะขึ้นอยู่กับระบบนี้ จากการศึกษาพบว่าสารสื่อประสาทอะดีโนซีน (Adenosine) จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสมดุลนี้ขึ้น ตัวอย่างเช่น ถ้าร่างกายเกิดความอ่อนเพลีย เหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมที่ทำมาตลอดทั้งวัน ระบบนี้จะผลักดันให้เกิดอาการง่วงนอนเร็วกว่าปกติ (Philips 2006, Markov, Goldman, and Doghramji 2012) ด้วยกลไกต่าง ๆ นี้ทำให้เห็นว่าร่างกายต้องการการพักผ่อน มนุษย์เราไม่มีใครที่สามารถอดนอนได้มากกว่า 2-3 วัน (Markov, Goldman, and Doghramji 2012)

 

จากการศึกษาเรื่องการนอนหลับพบว่า ในช่วงเวลาที่หลับสนิท ถ้าทำการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมองด้วยเครื่อง Electroencephalogram (EEG) จะพบว่าคลื่นสมองมีลักษณะความถี่ต่างจากตอนที่หลับในช่วงแรก โดยจะมีความถี่ต่ำลง มีระดับการหายใจและการเต้นของหัวใจช้าลง กล้ามเนื้อผ่อนคลายมากขึ้น

 

การนอนหลับกับสุขภาพ

 

 ช่วงเวลานอนหลับ ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนสำคัญต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อ #ระบบการหมุนเวียนเลือดระบบหัวใจและหลอดเลือด #ระบบภูมิคุ้มกัน เช่น #โพรแลกติน (Prolactin) #อินซูลิน (Insulin) และอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาหลับสนิท ต่อมใต้สมองจะผลิตและหลั่ง #โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone, GH) เพิ่มมากขึ้นหลายเท่า จึงมีผลสำคัญต่อการเจริญเติบโต #กระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย และ #กระตุ้นให้สร้างโปรตีนเพื่อใช้ซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ให้ทำงานเป็นปกติ (Maas 1998, Migno 2008, Smolensky, and Lamberg 2000) จากการศึกษาพบว่าในขณะหลับจะมีการหมุนเวียนเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น และใน #ระบบภูมิคุ้มกันเม็ดเลือดขาวจะสร้างโปรตีนเพื่อกระตุ้นให้เริ่มกระบวนการป้องกันตัวเองเพิ่มขึ้น ดังนั้น ในผู้ที่หลับสนิทหรือพักผ่อนเพียงพอก็จะมีโอกาสป่วยจากการติดเชื้อน้อยกว่าผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ (Maas 1998) นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอีกว่า Epidermal Growth Factor (EGF) ที่พบในสมองมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการผลิตสารที่มีบทบาทในการควบคุมการนอนหลับอีกด้วย (Kushikata et al., 1998)

 

จากข้อมูลเหล่านี้จึงอาจกล่าวได้ว่า การเข้านอนให้เป็นเวลา นอนหลับให้สนิทและเพียงพอในแต่ละคืนจะทำให้ร่างกายฟื้นตัว รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว เมื่อขณะตื่น (Maas 1998) และยังส่งผลช่วยฟื้นฟูผิวพรรณให้สดใส ในทางตรงกันข้ามการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ จากการศึกษาพบว่านอกจากจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพแล้ว ยังส่งผลให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณตามมาอีกด้วย (Thorburn, and Riha 2010)

 

สำหรับเทคนิคที่ทำให้สามารถนอนหลับให้สนิทคือ เตรียมร่างกายให้สงบและปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน ห้องนอนควรเงียบ สงบ สบาย มีอุณหภูมิที่พอเหมาะ ไม่มีเสียงและควรหรี่ไฟลงเพื่อลดแสงรบกวนขณะหลับ หรืออาจเลือกรับประทานอาหารมื้อเบา ๆ ก่อนนอน ได้แก่ เครื่องดื่มอุ่น ๆ หรือสมุนไพรบางชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยให้เกิดความผ่อนคลายหรือคลายความวิตกกังวล เช่น ดอกคาโมมายล์ปริมาณเล็กน้อยก่อนเข้านอนก็จะช่วยให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ทำให้หลับง่าย และนอนหลับสนิทมากขึ้น (Zick et al. 2011) #คาโมมายล์ กับการผ่อนคลาย มนุษย์เราได้เรียนรู้และใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สั่งสมและสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น โดยมีการใช้อาหารและสมุนไพรเพื่อมาส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันรักษาโรคมานานนับพันปี แพทย์ทางตะวันออกได้มีการนำสมุนไพรมาใช้เพื่อการผ่อนคลายและนอนหลับมาเป็นเวลานาน หนึ่งในพืชที่รู้จักกันดีทั่วโลกและนิยมนำมาใช้เพื่อประโยชน์ด้านสุขภาพก็คือ คาโมมายล์ (Chamomile) ซึ่งมีการค้นพบและมีการบันทึกประวัติการใช้รักษาโรคมาอย่างยาวนานในเภสัชตำรับของประเทศต่าง ๆ กว่า 26 ประเทศ ในตั้งแต่สมัยยุคกรีกโรมันโบราณ (Gardiner 1999, Sharafzadeh, and Alizadeh 2011, Srivastava et al. 2010) คาโมมายล์จัดอยู่ในพืชตระกูลดอกเดซี่ (Asteraceae) มีลักษณะเป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกสีขาวและมีเกสรสีเหลืองอยู่กลางดอก โดยจะเบ่งบานส่งกลิ่นหอมในต้นฤดูร้อนช่วงมีนาคม-เมษายน และจะบานสะพรั่งไปจนถึงช่วงปลายเดือนมิถุนายน (Singh et al. 2011) ด้วยกลิ่นหอมนี้เองจึงมีการนำเอาดอกคาโมมายล์มาอบแห้งใช้ทำเป็นชา น้ำมันหอมระเหย และนำสารสกัดจากดอกคาโมมายล์มาใช้กันอย่างแพร่หลาย คาโมมายล์แบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์คือ เยอรมันคาโมมายล์ (Matricaria recutita L.) และโรมันคาโมมายล์ (Chamaemelum nobile L.) แต่คาโมมายล์สายพันธุ์เยอรมันจะเป็นที่รู้จักและนิยมใช้มากกว่า (Srivastava et al. 2010, Sharafzadeh, and Alizadeh 2011) จากรายงานการศึกษาพบว่า ปัจจุบันมีการดื่มชาดอกคาโมมายล์มากกว่าหนึ่งล้านถ้วยต่อวัน (Petronilho et al. 2012)  ซึ่งในดอกคาโมมายล์จะมีสารพฤษเคมีหลากหลายชนิด แต่พบอะพิจีนีนเป็นสัดส่วนสูงที่สุด ซึ่งสารอะพิจีนีนนี้มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ช่วยขับลมในกระเพาะและช่วยให้รู้สึกสงบ คลายความกังวล ช่วยให้หลับสนิท (Srivastava, and Gupta 2009, Srivastava et al. 2010) มีการศึกษาวิจัยในกลุ่มอาสาสมัครเพศหญิงพบว่า กลิ่นของน้ำมันจากดอกคาโมมายล์มีผลช่วยทำให้รู้สึกสบายอยู่ในภาวะสงบ (McKay and Blumberg 2006) นอกจากนี้ยังมีการศึกษาทางคลินิกในกลุ่มที่มีภาวะโรควิตกกังวล โดยให้รับประทานสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ติดต่อกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่ามีความวิตกกังวลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (Amsterdam et al. 2009) ด้วยเหตุนี้เอง ดอกคาโมมายล์จึงมีศักยภาพในการส่งเสริมการนอนหลับให้ดีขึ้นได้ #แค่นอนไม่หลับ  หรือหลับไม่สนิทในช่วงเวลา 22.00-02.00น.  อาจมีผลต่อร่างกายมากมายมหาศาล หาคาโมมายล์ มาทานเพื่อการนอนหลับง่ายกว่าเยอะเลยคะ #BN TEA NATURE PLUS #ชาขับสารพิษตกค้างในตับไตและหลอดเลือด